เลือกภาษา :

Search

จากบรรจุภัณฑ์สู่จานอาหาร: วิเคราะห์สารปนเปื้อนด้วย GCxGC–TOFMS จากโรงงานสู่ผู้บริโภค


เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ผู้บริโภคแทบไม่ได้ให้ความสนใจว่าบรรจุภัณฑ์นั้นจะส่งผลต่ออาหารอย่างไร แต่ในปัจจุบันเมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์เริ่มเผยให้เห็นถึงความเสี่ยงจาก สารปนเปื้อน ในอาหาร บรรจุภัณฑ์อาหารจึงถูกนำมาพิจารณาอย่างละเอียด ทั้งในเชิงเปรียบเทียบและเชิงกายภาพ เพื่อประเมินว่าภาชนะที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องอาหาร อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีหรือไม่

ผู้โดยสารล่องหน (Hidden Hitchhikers)

แม้ว่าบรรจุภัณฑ์อาหารจะถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องอาหารภายใน แต่ในหลายกรณี บรรจุภัณฑ์เองกลับกลายเป็นแหล่งกำเนิดของสารปนเปื้อนได้ ตัวอย่างของสารปนเปื้อนที่พบได้บ่อย ได้แก่

a close-up of different candies and nuts in clear containers on a shelf. Contaminants are not seen, but it does not mean they are not there.

Mineral Oil Hydrocarbons (MOH) ซึ่งสารในกลุ่มนี้มักแยกออกเป็น Mineral Oil Saturated Hydrocarbons (MOSH) และ Mineral Oil Aromatic Hydrocarbons (MOAH) โดยสารกลุ่มนี้อาจมีแหล่งกำเนิดจากหมึกพิมพ์ น้ำมันหล่อลื่น หรือกระดาษแข็งรีไซเคิล

Phthalates ซึ่งใช้เป็นสารเพิ่มความยืดหยุ่นในพลาสติก สามารถเคลื่อนย้ายจากฟิล์มบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่นเข้าสู่อาหารที่มีไขมันสูงได้

NIAS (Non-Intentionally Added Substances) ซึ่งเป็นสารที่ไม่ได้ตั้งใจเติมเข้าไป เช่น สารพลอยได้หรือสารที่ไม่ทราบชนิดแน่ชัด ทำให้การประเมินความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎระเบียบมีความซับซ้อนมากขึ้น

การตรวจสอบสารเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีแนวโน้มสะสมในร่างกายมนุษย์ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพ และเป็นประเด็นที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

สารปนเปื้อนเข้าสู่อาหารได้อย่างไร?

การเคลื่อนย้ายของสารจากบรรจุภัณฑ์สู่อาหาร หรือที่เรียกว่า Migration ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเคมีและสภาวะแวดล้อม เช่น อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างการขนส่ง, ระยะเวลาการเก็บรักษาที่ยาวนาน, ลักษณะของอาหาร (อาหารที่มีไขมันสูงหรืออาหารแห้ง) ในอดีตมีหลายกรณีที่สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบอย่างชัดเจน เช่น การตรวจพบ MOSH/MOAH ในซีเรียลอาหารเช้า ซึ่งนำไปสู่การเรียกคืนสินค้าครั้งใหญ่ในยุโรป หรือการพบ Phthalates ในบรรจุภัณฑ์อาหารเด็ก ส่งผลให้เกิดกระแสความกังวลของผู้บริโภคและการเข้มงวดด้านกฎระเบียบ เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนในการควบคุมสารปนเปื้อนในห่วงโซ่อุปทานอาหารระดับโลก

เบื้องหลังการตรวจสอบ

การติดตามสารปนเปื้อนไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจาก Food matrix มีความซับซ้อน และสารปนเปื้อนมักอยู่ในระดับความเข้มข้นต่ำมาก หรือถูกบดบังด้วยสารที่ออกมาพร้อมกัน (co-elution) วิธีการวิเคราะห์แบบดั้งเดิมจึงมักไม่สามารถให้ข้อมูลได้ครบถ้วน ในบริบทนี้ GCxGC–TOFMS (Comprehensive Two-Dimensional Gas Chromatography coupled with Time-of-Flight Mass Spectrometry) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ GCxGC สามารถแยกสารหลายพันชนิดได้ด้วยความละเอียดสูงมาก ในขณะที่ TOFMS เพิ่มความเร็วและความแม่นยำ ทำให้สามารถระบุทั้งสารที่ทราบชนิดและสารที่ไม่ทราบชนิดได้ภายในการวิเคราะห์เพียงครั้งเดียว

สำหรับห้องปฏิบัติการ QA/QC (Quality Assurance/Quality Control) และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยีนี้จึงไม่ใช่เพียง ทางเลือก แต่เป็น ความจำเป็น เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการคุ้มครองผู้บริโภค


การปิดวงจรความเสี่ยง

การป้องกันการปนเปื้อนต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนที่อาหารจะถึงมือผู้บริโภค ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จำเป็นต้องคัดเลือกวัสดุอย่างรอบคอบ, ตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน, ปฏิบัติตามข้อกำหนด migration limits

ขณะที่ห้องปฏิบัติการ QA/QC ควรนำกระบวนการวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น GCxGC–TOFMS มาใช้ในการตรวจคัดกรองประจำวัน และการระบุ NIAS ที่มีความท้าทายสูง

เมื่อแนวโน้มด้านความยั่งยืนผลักดันให้มีการใช้วัสดุรีไซเคิลมากขึ้น ความซับซ้อนก็เพิ่มตามไปด้วย และยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นของเครื่องมือวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูง

สาระสำคัญ (The Takeaway)

เส้นทางของสารปนเปื้อนจากบรรจุภัณฑ์สู่จานอาหารนั่นมีความซับซ้อน แต่ก็ยังสามารถติดตามได้ ด้วยเครื่องมือและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม อุตสาหกรรมอาหารสามารถปกป้องผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่นได้ การวิเคราะห์ในระดับ forensic-level analysis คือก้าวถัดไปสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมสารปนเปื้อนอย่างจริงจัง

พร้อมแล้วหรือยังที่จะยกระดับการตรวจวิเคราะห์ QA/QC ของคุณ?
มาหาคำตอบว่า GC×GC–TOFMS สามารถเปลี่ยนกระบวนการติดตามสารปนเปื้อนของคุณได้อย่างไร

อย่าพลาดการสัมมนาออนไลน์ครั้งถัดไปในวันที่ 27 มกราคม 2569 “What You Don’t See: Beyond Routine Analysis with LC–GCxGC–TOFMS–FID” โดย Silvia Aguiló Losa, Group Leader for GCxGC และ Product Manager ด้าน MOSH/MOAH จาก SGS Institut Fresenius GmbH รายการสัมมนาที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องปฏิบัติการด้านความปลอดภัยอาหารที่ต้องการยกระดับกระบวนการวิเคราะห์

เลือกประเภทตามการวิเคราะห์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า