
ในอุตสาหกรรมอาหารปัจจุบัน การควบคุม สารปนเปื้อนทางเคมี (Chemical Contaminants) กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ผู้ผลิต ห้องปฏิบัติการ และนักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะกลุ่ม Mineral Oil Hydrocarbons (MOH) ซึ่งประกอบด้วย MOSH (Mineral Oil Saturated Hydrocarbons) และ MOAH (Mineral Oil Aromatic Hydrocarbons) สารเหล่านี้สามารถปนเปื้อนเข้าสู่อาหารได้ตั้งแต่กระบวนการผลิต เครื่องจักร วัตถุดิบ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ส่งผลให้การตรวจวิเคราะห์มีความซับซ้อนมากขึ้น และต้องอาศัยเทคนิคที่สามารถให้ข้อมูลได้มากกว่าการ “ตรวจพบ” เพียงอย่างเดียว สำหรับผลิตภัณฑ์อย่าง Rice Bran Oil ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในตลาดโลก การติดตามและควบคุมคุณภาพของสารปนเปื้อนจึงมีบทบาทสำคัญต่อทั้งความปลอดภัยของผู้บริโภคและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
MOSH และ MOAH คืออะไร? ทำไมจึงเป็นประเด็นสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร
MOSH และ MOAH เป็นสารในกลุ่ม Mineral Oil Hydrocarbons (MOH) ที่สามารถเข้าสู่อาหารได้จากหลายแหล่ง เช่น น้ำมันหล่อลื่นในเครื่องจักร / กระบวนการผลิต / วัสดุบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะกระดาษรีไซเคิล / หมึกพิมพ์ / การขนส่งและการเก็บรักษา แม้ทั้งสองกลุ่มจะมีโครงสร้างคล้ายกัน แต่ MOAH เป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากสารประกอบอะโรมาติกบางชนิดอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ จึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศเริ่มกำหนดมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ความท้าทายของการวิเคราะห์คือ ตัวอย่างอาหารมักมีสารธรรมชาติ เช่น POSH (Polyolefin Oligomeric Saturated Hydrocarbons) หรือสารในกลุ่ม Terpenes ที่ให้สัญญาณใกล้เคียงกับ MOSH และ MOAH ทำให้การวิเคราะห์ด้วยเทคนิคทั่วไปอาจเกิดการรบกวนและส่งผลต่อความแม่นยำของผลลัพธ์
เมื่อมาตรฐานสากลต้องการ “การระบุชนิดของสาร” มากกว่าการตรวจพบ
ปัจจุบัน หน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยอาหารทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงลึกมากขึ้น แนวทางของ European Union (EU) และ European Food Safety Authority (EFSA) สนับสนุนให้มีการประเมินความเสี่ยงของ MOSH และ MOAH อย่างต่อเนื่อง ขณะที่มาตรฐาน Codex Maximum Residue Limits (MRLs) และกฎหมาย Food Safety Modernization Act (FSMA) ของสหรัฐอเมริกา ต่างเน้นการยืนยันชนิดของสารปนเปื้อนเพื่อใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงและการควบคุมคุณภาพ แม้ทาง Codex และ FSMA จะยังไม่มีเกณฑ์ MRLs ที่กำหนดออกมาแต่สำหรับห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เพื่อเตรียมพร้อมต่อมาตรฐานต่างๆ จึงจำเป็นต้องการเครื่องมือที่สามารถ
- แยกสารที่มีโครงสร้างคล้ายกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดผลกระทบจาก Matrix Interference
- ตรวจหาสารที่ไม่ได้กำหนดเป้าหมาย (Non-targeted Screening)
- ยืนยันผลการวิเคราะห์ได้อย่างมั่นใจ
เครื่องมือและวิธีการวิเคราะห์ MOSH /MOAH
วิธีในการวิเคราะห์ MOSH/MOAH จะประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ หนึ่งคือส่วนสกัดตัวอย่างเพื่อทำการแยกสัดส่วน MOSH และ MOAH ส่วนที่สองคือส่วนที่วัดปริมาณสารที่แยกออกมาได้โดยส่วนนี้จะใช่ GC ในการวิเคราะห์ในปัจจุบันวิธีที่เป็นที่ยอมรับในการวิเคราะห์ MOSH/MOAH มีด้วยกันทั้งหมด 3 วิธีได้แก่
- Routine Analysis: LC-GC-FID
เป็นวิธีที่ใช้การสกัดตัวอย่างด้วย LC (online หรือ offline) จากนั้นทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณด้วย GC-FID - Confirmation Method: LC-GC-FID and GCxGC-TOFMS
เป็นวิธีที่ใช้การสกัดตัวอย่างด้วย LC (online หรือ offline) จากนั้นทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณด้วย GC-FID และทำการยืนยันผลด้วย GCxGC-TOFMS เพื่อป้องกันผล Fase positive - Advance Method (Dual Detection): LC-GC×GC-TOFMS/FID
เป็นวิธีที่ใช้การสกัดตัวอย่างด้วย LC (online) จากนั้นทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณและยืนยันผลด้วย GC×GC-TOFMS/FID ทำให้การ Integrate ผลแม่นยำ และยืนยันผลได้จากโครมาโตแกรม พร้อมด้วยซอฟตต์แวร์ที่ช่วยในการอนทิเกรตพีคให้โดยอัตโนมัติ (APP NOTE : PEGBT4D_MINERAL_OIL_MOSH-MOAH_203-821-645)

จาก Rice Bran Oil สู่อุตสาหกรรมอาหารที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
นอกจากผลิตภัณฑ์น้ำมันรำข้าวแล้ว เทคโนโลยี GC×GC–TOFMS ยังสามารถประยุกต์ใช้กับตัวอย่างอาหารได้หลากหลายเช่น Vegetable Oils, Chocolate, Spices, Cereals, Processed Foods หรือ Food Packaging Materials เป็นต้น การวิเคราะห์เชิงลึกไม่เพียงช่วยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล แต่ยังช่วยให้ผู้ผลิตสามารถค้นหาสาเหตุของการปนเปื้อน และปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรียนรู้เทคโนโลยี GC×GC–TOFMS กับ LECO ในงาน International Conference on Rice Bran Oil 2026
หากคุณเป็นนักวิจัย นักวิชาการ อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Food Safety หรือผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ งาน International Conference on Rice Bran Oil 2026 วันที่ 13-14 สิงหาคม 2569 คือโอกาสในการอัปเดตองค์ความรู้ด้านการวิเคราะห์สารปนเปื้อนในอาหารจากผู้เชี่ยวชาญและผู้พัฒนาเทคโนโลยีโดยตรงภายในงาน ไม่ว่าคุณกำลังมองหาเครื่องมือวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือสนใจแนวทางใหม่ในการรับมือกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหาร เทคโนโลยีของ LECO จะช่วยให้การวิเคราะห์สารปนเปื้อนเป็นเรื่องที่ชัดเจน แม่นยำ และพร้อมรองรับมาตรฐานในระดับสากล พบกับทีมผู้เชี่ยวชาญของ LECO ได้ที่งาน International Conference on Rice Bran Oil 2026 แล้วมาร่วมค้นหาว่า GC×GC–TOFMS จะช่วยยกระดับงานวิจัยและห้องปฏิบัติการของคุณได้อย่างไร